ทำไมต้องใช้ใบส่งของ บิลเงินสด ใบเสร็จรับเงิน และใบกำกับภาษี?
เอกสาร 4 อย่างนี้ใช้บอกเรื่องต่างกัน: ใบส่งของ ยืนยันการส่งมอบสินค้า, บิลเงินสด/ใบเสร็จรับเงิน ยืนยันการรับเงิน และ ใบกำกับภาษี ยืนยันการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับผู้ประกอบการที่จดทะเบียน VAT
ตารางเปรียบเทียบเอกสารสำคัญ
ใบส่งของ
ใบส่งของเป็นเอกสารที่ออกตอนส่งสินค้า เพื่อให้ผู้รับตรวจนับว่าได้รับของถูกต้องครบตามรายการหรือไม่ โดยทั่วไปควรมีชื่อผู้ขาย/ผู้ซื้อ, เลขที่เอกสาร, วันที่ส่งของ, รายการสินค้า, จำนวน และลายเซ็นผู้รับของ แต่ไม่จำเป็นต้องแสดง VAT เพราะยังไม่ใช่เอกสารเก็บเงินหรือเอกสารภาษี
บิลเงินสด
บิลเงินสดคือหลักฐานการขายและรับชำระเงินแบบง่าย มักใช้ในร้านค้าหรือธุรกิจขนาดเล็ก และไม่มีรูปแบบบังคับตายตัวตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม หากต้องการใช้เป็นหลักฐานรายจ่ายของกิจการ ควรมีข้อมูลครบ เช่น ชื่อ/ที่อยู่/เลขผู้เสียภาษีผู้ขาย, วันที่, รายการสินค้า, จำนวนเงิน และผู้ซื้อ
ใบเสร็จรับเงิน
ใบเสร็จรับเงินตอบคำถามว่า “ได้รับเงินแล้วหรือยัง” ไม่ว่าจะขายสินค้า ให้บริการ หรือรับชำระหนี้ ผู้รับเงินควรออกให้ทันทีที่ได้รับเงิน ใบเสร็จอาจออกควบคู่กับใบกำกับภาษี หรือออกรวมเป็น “ใบกำกับภาษี/ใบเสร็จรับเงิน” ได้
ใบกำกับภาษี
ใบกำกับภาษีคือเอกสารสำคัญทาง VAT ผู้ประกอบการที่จดทะเบียน VAT ต้องจัดทำและส่งมอบให้ผู้ซื้อเมื่อเกิดการขายสินค้าหรือให้บริการ ผู้ซื้อที่จด VAT สามารถใช้ใบกำกับภาษีที่ถูกต้องเป็นหลักฐานหักภาษีซื้อได้
ข้อมูลสำคัญที่ต้องมี
- ชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ขายและผู้ซื้อ
- เลขที่ใบกำกับภาษีและวันที่ออกเอกสาร
- รายละเอียดสินค้า/บริการ จำนวน ราคา
- มูลค่าก่อนภาษี ภาษีมูลค่าเพิ่ม และมูลค่ารวม
ใช้เอกสารไหนเมื่อไร?
“ทำไมต้องเลือก เรวัตการพิมพ์”
ข้อควรระวัง
- • บิลเงินสดไม่สามารถใช้แทนใบกำกับภาษีเพื่อหัก VAT ได้
- • ร้านที่ยังไม่ได้จดทะเบียน VAT ไม่มีสิทธิออกใบกำกับภาษี
สรุป
การมีบิล ใบเสร็จ และใบส่งของ ช่วยสร้างมาตรฐานให้ธุรกิจ เป็นหลักฐานป้องกันข้อโต้แย้ง ยืนยันการส่งมอบสินค้า และการรับเงิน ทั้งยังเป็นเอกสารสำคัญในการทำบัญชีเพื่อสรุปยอดขายและติดตามหนี้ได้อย่างแม่นยำ
